Share
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557

วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557


หลังจากที่เตรียมการมาระยะหนึ่ง พระครูวรเวทย์สังฆกิจ อินทรารัตน์ เจ้าอาวาสวัดเมธังกราวาส อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ก็ได้เริ่มงานบูรณะหอไตร(หอธรรม)ของวัด

วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557


















วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

ข้อมูลจากศูนย์กลางวัฒนธรรม www.m-culture.in.th ระบุว่า ตั้งอยู่ในวัดแหลมลี่ บ้านหาดทรายคำ หมู่ที่ 9 ต.ปากกาง อ.ลอง จ.แพร่ เป็นโบราณสถานสำคัญที่ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 71 ตอน 3 ลงวันที่ 5 มกราคม 2497 และต่อมา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504


ภายในวัด มีเจดีย์พระธาตุแหลมลี่ เป็นรูปแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสองกว้าง 7 เมตร สูง 10 เมตร ก่อด้วยอิฐหุ้มทองจังโก อยู่ในสภาพดี เนื่องจากมีการบูรณะ

อีกองค์คือ เจดีย์พระธาตุน้อย มีฐานเหลี่ยม องค์พระธาตุเจดีย์เป็นรูปแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ด้านบนเป็นรูปทรงระฆังคว่ำ เป็นศิลปะสมัยล้านนาตอนต้น ปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรม


และโบสถ์ไม้ อายุไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ปี ก่อด้วยอิฐถือปูนไม่มีเสาด้านใน หลังคามุงด้วยกระเบื้องดิน คันทวย (เท้าแขน) เป็นไม้แกะสลักรูปนาคและลายกนก เหนือ ประตูเป็นสังกะสีตอกเป็นลายกนก ตัวโบสถ์เป็นศิลปกรรมแบบล้านนาผสมพม่า

ส่วนความเป็นมานั้น ในเว็บไซต์ wungfon.com เขียนไว้ว่า เวียงพระธาตุแหลมลี่ ห่างจากเวียงลองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเวียงที่มีลักษณะพิเศษ คือ ตั้งอยู่ “ดอนลี่เหลี้ยมแหลม” กลางแม่น้ำยมล้อมรอบเกือบเป็นเกาะกลางน้ำ และอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยม ซึ่งไม่ปรากฏการตั้งชุมชนก่อนต้นพุทธศตวรรษที่ 25 (ช่วงต้นพ.ศ.2400)

สาเหตุที่สร้างให้ไกลจากที่ตั้งชุมชน เพราะเป็นวัดอรัญวาสี (อรัญวาสีเป็นชื่อเรียกคณะสงฆ์โบราณคณะหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในป่าห่างชุมชน เรียกว่า คณะอรัญวาสี คู่กับ คณะคามวาสี ซึ่งตั้งวัดอยู่ในชุมชน ปัจจุบันหมายถึงภิกษุผู้อยู่ในป่าหรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า พระป่า ซึ่งมีกิจวัตรประจำวันเน้นหนักไปในทางวิปัสสนาธุระ คืออบรมจิต เจริญปัญญา นุ่งห่มด้วยผ้าสีปอนหรือสีกรัก มุ่งการปฏิบัติธรรมและการเผยแผ่เป็นหลัก ไม่เน้นงานด้านการบริหารปกครอง การศึกษาพระปริยัติธรรม และสาธารณูปการหรือการก่อสร้างพัฒนาวัด)

และเป็นเวียงพระธาตุของเมืองลอง ดังตำนานพระธาตุแหลมลี่กล่าวว่า สร้างเป็นเวียงมหาธาตุโดยใช้แม่น้ำยมเป็นคูน้ำ กำหนดให้ตัวเวียงยาว 700 วา กว้าง 500 วา


ภายในเวียงมีพระธาตุแหลมลี่เป็นพระมหาธาตุกลางเวียง พระธาตุน้อยปากถ้ำ(พระธาตุน้อย) และพระธาตุอีกองค์หนึ่งที่ปัจจุบันปรากฏเพียงซากฐานตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระธาตุแหลมลี่เป็นพระธาตุบริวาร มีกำแพงแก้วก่อด้วยอิฐล้อมรอบพระธาตุแหลมลี่ อุโบสถ และวิหารหลวงเป็นเขตพุทธาวาส  ซึ่งวิหารหลวงเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้านอน "พระเจ้าเววาทะภาษีต์" และประดิษฐาน "พระเจ้าสิกขี" หรือ "พระเจ้าฝนแสนห่า" พระพุทธรูปประจำเวียงพระธาตแหลมลี่ และฆ้องหลวง

ฆ้องหลวงของเมืองลองลูกนี้ ใช้ตีแห่นำขบวนเรือเครื่องครัวทานทางแม่น้ำยมของแต่ละหัววัดในประเพณีขึ้น(ไหว้)พระธาตุแหลมลี่ ที่เรียกว่า "ล่องวัดใต้" "ล่องวัดเดือนหก" หรือ "ล่องสะเปา" ซึ่งชาวบ้านนาหลวงที่เป็นข้าวัดพระธาตุแหลมลี่ผู้รักษาฆ้องหลวง และเป็นกลุ่มที่ต้องตีฆ้องใบนี้แห่ครัวทานเข้าวัดก่อน ได้สั่งสืบลูกสืบหลานมาถึงปัจจุบันว่า

"แม่นว่าฆ้องหลวงเหลือแต่เศษเฟื้องก็หือตือ(ถือ)นำเรือครัวทานล่องน้ำแม่ยมเข้าวัดไปก่อน"

คติการสร้างเวียงพระธาตุแพร่หลายในล้านนา เช่น เวียงพระธาตุสวนดอกไม้ เมืองเชียงใหม่ เวียงพระธาตุลำปางหลวง เมืองลำปาง เวียงพระธาตุแช่แห้ง เมืองน่าน และเวียงพระธาตุจอมทอง เมืองพะเยา ฯลฯ

สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเป็นเวียงพระธาตุในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 20-21 (พ.ศ.1901–2100)  เพื่อกำหนดเขตสังฆกรรมตามคตินทีสีมาที่กำลังแพร่หลายช่วงนี้ในอาณาจักรล้านนา


ทั้งนี้ในเว็บไซต์จังหวัดแพร่ www.phrae.go.th ระบุถึงประวัติความเป็นมาไว้ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วก็ได้เสด็จมาแสดงธรรมชื่อว่า “สารัมมะจิตตะสูตร” และเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพานแล้วได้ 220 ปี ได้มีพระยาศรีธรรมาโศกมหาราช พร้อมด้วยพระสงฆ์ องค์อรหันต์ 400 องค์ ได้นำพระธาตุของพระพุทธเจ้ามาบรรจุไว้ที่นั่น

นับตั้งแต่นั้นมา ราว พ.ศ.949 สมัยพระยาพรหมกุลี เป็นผู้ครองเมืองเววาภาษีต์ (อำเภอลอง) ในสมัยนั้น ร่วมกับเมืองอาลัยยะราโม มีพระยามินัยยะเป็นผู้ครองเมืองทุ่งยั้ง พระยาจังโกเป็นผู้ครองเมืองฝาง พระยาศิริสุทธะวังสาเป็นผู้ครองเมืองละโว้ (ลพบุรี) ได้เป็นสหายกันก็ได้มาสร้างพระธาตุแหลมลี่แห่งนี้

นอกจากนี้ในตำนานพระเจ้าเลียบโลก กล่าวถึงพระธาตุแหลมลี่ในตอน พระพุทธเจ้าทำนายพระธาตุแหลมลี่ (ที่มา - www.buddhakhun.org/main//index.php?topic=8362.0) ไว้ว่า ในเมื่อพระพุทธเจ้าแห่งเราได้ตรัสรู้แล้ว วันนั้นพระพุทธเจ้าก็เทศนาโปรดสัตว์ ไปในทิศานุทิศ ทั้งหลาย ลำดับประเทศทั้งหลาย  บ้านใหญ่บ้านน้อย โดย พระอรหันต์เจ้าได้ 409 องค์ มีพระเรวตะเถระเจ้าเป็นต้น  พระพุทธเจ้าดำเนินมา  แค่เมืองอาลัยยะราโม  แค่จอมดอยเขาเจตคตและมาสังหะพระยาระมูกัณณะราช  ในชนบทชื่อว่า   เทพบูรี 


ในเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมานั้น  ก็ได้สั่งสอนแก่พระยาแล้ว  พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพระเรวตะว่า  ดูราเรวตะ  ในอนาคตกาลภายหน้า สถานที่นี้เศษธาตุเราคถาคตจักมาตั้งอยู่  เมื่อเรานิพพานแล้ว  พระพุทธเจ้าตรัสทำนายที่นั้นแล้ว  พระพุทธเจ้าก็เสด็จขึ้นอยู่เหนือดอยปูตั๊บที่นั้นแล้ว ก็เสวยมะม่วงหอมแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ทั้งหลายว่าดั่งนี้แล  ในที่นี่เศษธาตุเราตถาคตจักมาตั้งอยู๋ในที่นี้แลพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอรหันต์  จึงขึ้นมาถึง "ดอยลี่เลี้ยมแหลม"  วันนั้นแล

เมื่อนั้นยังมีพระยาตนหนึ่ง  ชื่อว่า  "สมาทะ"  เป็นใหญ่แก่ชาวเมือง เววาทภาษีต์ทั้งหลาย  คือเป็นใหญ่แก่ชาวเมืองลอง  และ "พระยาสมถะ" ตนนั้นก็ทำไร่ฝ้าย  ในดอยลี่เลี้ยมแหลม  ที่นั้นก็ได้เห็นพระพุทธเจ้า  นั่งอยู่กับด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย      พระยาก็ยินดีมาก  ก็ได้เอาถั่วงา เต้าแตง  มาถวายเป็นทานแก่พระอรหันต์ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน  แล้วพระยาก็ได้ฟังธรรมรักษาศีล เป็นเวลาเจ็ดวันในวันถ้วนแปดนั้น  พระพุทธเจ้าก็ได้เสวยภัตตหารอยู่นั้น  ก็ทรงแย้มพระโอษฐ์


เมื่อนั้นพระเรวตเถระเจ้าก็ได้ทูลถามเหตุที่พระพุทธเจ้า  แย้มพระโอษฐ์นั้นว่า  ภันเต  ภะคะวา  ข้าแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า จักเป็นเหตุอันใด อันแย้มพระโอษฐ์  แห่งพระพุทธเจ้าในครั้งนี้  ขออาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าจงบอกเหตุแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด 

พระพุทธเจ้า จึงตรัสอันนั้นว่า  ดูราเรวตะ เกาะอันนี้ประเสริฐนักแล มีน้ำแวดล้อมไปเหมือนสระอโนดาต ดอนอันนี้จักเป็นมหานครอันใหญ่ ในอนาคตแล้ว คนทั้งหลายจักมาอยู่ที่นี่มากกวาหมื่นกว่าแสนเมื่อหน้าแล   ส่วนเทวดาและพระอรหันต์ทั้งหลายและท้าวพระยา  ก็จัดเอาเศษธาตุของเราตถาคต  เมื่อนิพพานไปแล้ว  ๒๐๐  กว่าปีมาตั้งไว้นี้แล 

ที่นี้เป็นที่อุดมยิ่งนัก  เป็นที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายมาเทศนาธรรมชื่อว่า  "สารัมมะจิตตสูตร"  แห่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์แล 

ท่านทั้งหลายจงกราบไหว้ที่นี่ทุกคนเถิด เมื่อพระพุทธเจ้ากะกุสันทะก็ดี  เมื่อพระพุทธเจ้าโกนาคมนะก็ดี เมื่อพระพุทธเจ้ากัสปะก็ดี เมื่อพระพุทธเจ้าตนชื่อว่าอริยเมตตตรัย  จักมาตรัสในอนาคตกาลภายหน้าก็ดี

ก็จะมาเทศนาธรรมชื่อว่า  สารัมมะจิตตะสูตร  ตามประเพณีแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย..

-----------------------------

แผนที่วัดพระธาตุแหลมลี่


View วัดพระธาตุแหลมลี่ in a larger map

โดย วิทยา วิมลถนอม


28 ตุลาคม 2556 นับเป็นวันแรกที่พลอย เด็กสาวยังไม่บรรลุนิติภาวะคนหนึ่ง ได้ไปนั่งเรียนในระดับปริญญาโท กับ พี่ ป้า น้า อา ผู้มีวุฒิภาวะสูง ประสบการณ์เยี่ยมจากทั่วทิศของประเทศไทย

เธอทำได้อย่างไร....ไม่ใช่ฟ้าลิขิตขีดเขียนไว้แน่...ตัวเธอต่างหากที่ขีดเส้นชะตาชีวิต ด้วยการใช้ต้นทุนโอกาสของชีวิตทีมีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า

"ตอนม.ปลาย หนูชอบภาษามากกว่าค่ะ ไม่เก่งเลขด้วย ทางบ้านก็ไม่ได้กดดันว่าต้องเรียนสายวิทย์ ตอนนั้น คุณแม่เรียน ป.โทรัฐศาสตร์ ราม เลยแนะนำระบบพรีดีกรี ก็แบบว่า ให้ลองเรียนดู เก็บๆไว้

"เริ่มเรียนตอน ม.สี่ค่ะ ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งเป้าค่ะ แค่ก็เผื่อๆอนาคตไว้บ้างแล้วละค่ะ เราก็เรียนของเราไปเรื่อยๆ แนะนำทางเลือกให้ ไม่เคยบังคับ อยู่ที่หนูตัดสินใจค่ะ อาจจะเป็นเพราะหนูเป็นพี่คนโต เลยไม่จุกจิกมาก แต่คิดว่าเค้าก็อยากให้หนูมีงานทำเร็วๆให้สบายใจไปสักคน เพราะหนูก็มีน้องอีกสามคนค่ะ"

ด้วยความมานะและตั้งใจของตนเอง จากครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งที่จังหวัดราชบุรี ใช้เงินไม่มากเพื่อลงทะเบียนเรียนแบบ PRE DEGREE ของ ม.รามฯ ซึ่งผู้สมัครเข้าศึกษาเป็นรายกระบวนวิชาเพื่อเตรียมศึกษาระดับปริญญาตรี ต้องมีคุณวุฒิและคุณสมบัติ คือ สอบไล่ได้ประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ขึ้นไป หรือเทียบเท่า

ข้อดีของการเรียนในระบบนี้ คือ เราสะสมหน่วยกิตและวิชาเรียนได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย และเมื่อศึกษาจบ ม.6 แล้ว  ก็โอนหน่วยกิตและวิชาที่ได้เรียนไปศึกษาต่อที่รามคำแหงโดยใช้เวลาศึกษาต่ออีกเพียงแค่ 1 ปี ก็จบระดับปริญญาตรี


"แต่พลอยใช้วิธีสั่งหนังสือเอามาอ่านที่บ้าน ไม่เคยเข้าเรียนค่ะ ตอนนั้นลงทะเบียนส่วนภูมิภาคไว้ จึงสอบแถวบ้านได้ วิชาปีแรกๆไม่ยากค่ะ แต่พอเลือกสาขาของหนูเป็นระหว่างประเทศเริ่มยากค่ะ เพราะหนังสือไม่อัพเดท ต้องเข้าเรียนค่ะ

"เรียนแบบนี้ ต้องฝึกรับผิดชอบมากขึ้น  ฝึกติดต่อธุรกรรมต่างๆเยอะมาก อ่านหนังสือต้องไม่เครียดค่ะ เหมือนเป็นงานอดิเรกค่ะ"

ในขณะที่เรียนมัธยมปลาย พลอยก็เรียนในระบบของโรงเรียนและก็วางเป้าที่จะเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยวาดหวังไปที่คณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ ผลสุดท้าย พลอยก็ได้เข้าเรียนอย่างสมใจ ได้เป็นลูกช้าง ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พลอยใช้ชีวิต freshly ของที่นี่อย่างคุ้มค่าพอๆกับใช้โอกาสที่รามคำแหงอย่างมีประสิทธิภาพ


"ที่เลือกภาษาอังกฤษที่นี่ เพราะคิดว่าเป็นภาษาที่สื่อได้ทั่วโลก ใช้งานได้มากกว่า จริงๆหนูเรียนเน้นภาษาฝรั่งเศสมา แต่ก็รู้สึกว่ายังเป็นรองภาษาอังกฤษ ที่กว้างไกลกว่า ก็เลยเน้นภาษาอังกฤษจริงจังดีกว่าค่ะ

"ตอนเรียนมช.กับรามก็เหมือนเดิมค่ะ แต่พยายามทำให้จบเร็วขึ้น เพราะ เริ่มเรียนหนัก คิดจะต่อโทค่ะ แต่ก็ไม่คิดจะออกมาเร็วแบบนี้ พอดีอยู่ช่วงปีสอง ถึงออกคงไม่เสียดายมาก อีกอย่างตอนนั้น ในการเรียนคณะมนุษย์ มช. มีวิทยากรมาบรรยาย เกี่ยวกับที่เลือกเรียนมันเหมือนเป็นแรงบันดาลใจ เลยลองมาสอบดูค่ะ"

จะเห็นได้ว่า เส้นทางของพลอย ได้ถูกมองผ่านจากความคิดที่กลั่นกรองจากสิ่งรอบด้าน ด้วยเหตุและผล ที่มองไกลออกไปได้อย่างเป็นลำดับ แต่ถึงกระนั้น มนต์เสน่ห์เมืองเหนือก็ยังมีผลต่อความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อรู้ว่า ตนเองจะต้องจบรามคำแหง และประกาศผลการเป็นนิสิตปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"คงต้องดรอป มช.เอาไว้ค่ะ ถ้ามีโอกาสจะโอนมาเรียนต่อที่รามหลังจากจบ ป.โท รู้สึกเสียดายแต่หนูก็ใช้ชีวิตเชียงใหม่คุ้มค่าแล้ว และได้แนวคิดดีๆ ก็เพราะ มช.ปลูกฝังมากมาย  ภาษาที่เรียนมาถึงไม่จบ แต่มันต้องเกิดประโยชน์บ้างในวันข้างหน้า อย่างน้อย เราก็ค่อยต่อยอดฝึกฝนด้วยตนเองได้อีกค่ะ

"สาขาที่เรียนเป็นสิ่งที่คิดว่าสนใจค่ะ เพราะจากที่เรียนคณะมนุษย์ ที่ มช. รู้สึกสนใจด้านนี้ เท่าที่ทราบมาหลังเปิด AEC ด้านการพัฒนามนุษย์มีผลต่อการรับคน ประสานงานของชาวอาเซียน แม้ยังไม่รู้สายการทำงานแต่เป็นหนทางจากใจเรามาก่อน 

"การศึกษาไทย เรียนไปเอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าจบไปแล้วจะทำงานอะไร สู้เราอยากเรียนอะไร ก็ตามใจดีกว่าค่ะ มีความสุขดีด้วย หลังจากนั้น ก็ตั้งเป้าว่าเรียนต่อปริญญาเอกเลยค่ะ เพราะเป็นการรักษาก้าวของเราที่ได้มา ให้เดินไปข้างหน้าต่อไป"

พลอยจะรักษาก้าวแรกของตนเองได้อย่างมั่นใจหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าค้นหาสำหรับเด็กสาวที่ก้าวข้าม ล่วงเวลาของชีวิตวัยเรียนแบบก้าวกระโดด คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความตั้งใจ ที่มุ่งมั่น ในการรักษาก้าวของตนต่อไป....


ยกเรื่องของพลอยมาอย่างนี้ ก็เพียงมุ่งหวังว่า เด็กแพร่จะมีโอกาสคิดได้อย่างนี้บ้าง เพราะของดีก็มีอยู่ใกล้ตัว มหาวิทยาลัยรามคำแหงวิทยาเขตแพร่ ก็ยังเปิดเสมอสำหรับ การเรียน แบบ PRE DEGREE ได้อย่างสะดวก 

แต่การยึดเอาสถาบันกวดวิชาเป็นสรณะ อาจทำให้สาระของชีวิตขาดหายไปอย่างไร้ความหมาย .........หรือว่าเราจะรอให้เด็กแพร่หาความหมายชีวิตโดยการร่ำร้องถึงมหาวิทยาลัยใหม่ที่อาจมาเหมือนรถไฟความเร็วสูง หรือซับซ้อนดั่งแก่งเสือเต้น.......

รอกันได้หรือเปล่าครับ

----------------------------

ท้ายเรื่อง

รับสมัคร น.ศ.ใหม่ภาค 1/57
- รับสมัครนักศึกษาใหม่ส่วนกลางทางออนไลน์ (เฉพาะผู้ที่ไม่ใช้สิทธิเทียบโอนหน่วยกิต) 12 ก.พ. - 12 พ.ค. 2557  http://www.iregis.ru.ac.th
- รับสมัครและลงทะเบียนนักศึกษาใหม่และนักศึกษาเทียบโอนหน่วยกิต ที่มหาวิทยาลัย 3 - 12 พ.ค. 2557
(ทั้งพรีดีกรีและภาคปกติที่รามคำแหงหัวหมาก สอบถามรายละเอียดที่ 023108614-24 วันเวลาราชการ)

ข้อมูลเพิ่มเติมของระบบ PRE DEGREE ดูได้ที่

Fanpage  https://www.facebook.com/PreDegreeRam
Website   http://www.info.ru.ac.th/Pre-degree/

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556


อนุสาวรีย์พระลอ พระเพื่อน พระแพง จังหวัดแพร่สร้างไว้เมื่อปี 2521 เพื่อเป็นอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงความรักอมตะของพระลอแห่งนครแมนสรวง และพระเพื่อน-พระแพง แห่งเมืองสรอง ตามความเชื่อที่ว่า เมืองสอง คือ เมืองสรอง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอ ลิลิตโศกนาฏกรรมความรัก

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556


เลขที่ 50 ถนนคำลือ (ถนนหลังจวนผู้ว่า สี่แยกพระนอนเหนือ) ใกล้กับวัดพงศ์สุนัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2450 โดยเจ้าพรหม(หลวงพงษ์พิบูลย์) และ เจ้าสุนันตา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรี (พระยาบุรีรัตน์)

ข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรมระบุว่า "เป็นวัดไทยใหญ่ สร้างแบบสถาปัตยกรรมพม่า หลังคาซ้อนลดหลั่นเป็นชั้น ประดับประดาลวดลายฉลุอารามเป็นไม้สัก ใช้เป็นทั้งโบสถ์ วิหาร และกุฏิ

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

 
ช่วงนี้ หากใครได้ใช้เส้นทางจากแยกร้องเข็ม อ.ร้องกวาง ไป อ.สอง จะเห็นว่ามีการก่อสร้างขยายถนน ตามโครงการของกรมทางหลวง งานจ้างเหมาทำการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 103 สาย อ.ร้องกวาง-อ.งาว ตอน 1 ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ราคากลาง 329,997,685.70 บาท