Share
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ หนึ่งในพระธาตุประจำปีเกิดใน ๑๒ นักษัตร ตามความเชื่อของชาวล้านนา โดยพระธาตุช่อแฮเป็นพระธาตุประจำปีขาล หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมพระธาตุช่อแฮต้องเป็นปีขาล หรือแม้แต่พระธาตุประจำปีเกิดอิื่นๆเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร และการไหว้พระธาตุตามปีเกิดนี้ มีมาตั้งแต่เมื่อใดกัน



หลายต่อหลายความเห็น (ซึ่งอาจจะลอกข้อความกันในอินเตอร์เน็ตต่อๆกันมา) ระบุว่า "ในสมัยโบราณ อาณาจักรล้านนา ล้านช้าง และพม่า ต่างเป็นแว่นแคว้นข้างเคียงที่มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกันมาก่อน การกำหนดให้มีการไหว้พระธาตุประจำปีเกิด จึงเป็นกลไกอย่างหนึ่ง ของการเดินทางติดต่อกันทำให้คนแต่ละเมืองที่อยู่ในเขตวัฒนธรรมเดียวกัน มีความสัมพันธ์ ไปมาหาสู่กันได้อย่างใกล้ชิดขึ้น"  

อีกความเชื่อระบุว่า "การไหว้พระธาตุประจำปีเกิดเป็นความเชื่อของชาวล้านนามาแต่โบราณว่า เมื่อสิ้นอายุขัย ดวงวิญญาณจะไปสถิตอยู่ตามพระธาตุเจดีย์ต่างๆ ตามปีที่เกิด ดังนั้น การไหว้บูชาพระธาตุประจําปีเกิด ทุกคืนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ อีกทั้งยังถือกันว่า ในชีวิตหนึ่งควรได้มีโอกาสไปสักการบูชาพระธาตุประจําปีเกิดสักครั้ง ให้เกิดความเป็นสิริมงคลมีอายุมั่นขวัญยืน"

แต่ยังมีอีกหนึ่งที่มาอันน่าสนใจ คือ บทความของ เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์ ๒ เรื่อง คือ

เรื่อง การเมืองเรื่องสถูป "จอมเจดีย์" VS "พระธาตุ 12 นักษัตร" ซึ่งเขียนไว้ในคอลัมน์ ปริศนาโบราณคดี นิตยสารมติชนรายสัปดาห์ ฉบับที่ ๑๕๙๕ วันที่ ๑๑-๑๗ มีนาคม ๒๕๕๔

และ 150 ปี สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกับนัยะแห่ง 'สัตตมหาสถาน'ศาสนาหรือการเมือง? ในคอลัมน์เดียวกัน ฉบับวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๖

ในทั้งสองบทความนี้ เธออธิบายถึงที่มาของจอมเจดีย์ และพระธาตุ ๑๒ นักษัตร ว่า เป็นผลมาจากการต่อสู้กันทางการเมืองในสมัยรัชกาลที่ ๕ ระหว่างลัทธิ ราชาชาตินิยม และ ท้องถิ่นนิยม

"โดยเริ่มแรกนั้น สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กำหนดเลือกเอาพระเจดีย์องค์สำคัญที่สุดจำนวน ๘ แห่งจากทั่วทุกภูมิภาคในสยาม ยกย่องขึ้นเป็น "จอมเจดีย์" ก่อน เพื่อรวมศูนย์กลางอำนาจประกาศความเป็นปึกแผ่นของสยาม โดยกำหนดให้พระมหากษัตริย์เมื่อแรกเสวยราชย์ต้องเสด็จพระราชดำเนินไปสักการะ อันได้แก่ พระปฐมเจดีย์ พระศรีรัตนมหาธาตุละโว้ พระธาตุหริภุญไชย ลำพูน พระธาตุพนม พระศรีรัตนมหาธาตุศรีสัชนาลัย พระบรมมหาธาตุนครศรีธรรมราช พระเจดีย์ช้างล้อม สุโขทัย และพระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา..

..ปรากฏ ว่าได้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ "การเมืองเรื่องเจดีย์" โดยครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา เกิดความไม่พอใจ จึงสร้างเครือข่าย "พระธาตุ ๑๒ นักษัตร" อันเป็นความผูกพันระหว่างชาวล้านนา ล้านช้าง และพม่าขึ้นมาแทนที่

"เป็นนัยทางการเมืองว่าแท้ที่จริงแล้วชาวล้านนามีความผูกพันกับชาวล้านช้าง และพม่ามากกว่าสยาม"


เพ็ญสุภาระบุด้วยว่า หากใครต้องการเห็นการไหว้พระธาตุของชาวล้านนาสมัยก่อนให้ดูได้ที่พระธาตุดอยกองมู แม่ฮ่องสอน หรือพระธาตุองค์อื่นๆ ในวัฒนธรรมพม่า-ไทใหญ่ นั่นคือการไหว้ที่ทิศทั้งแปด โดยแบ่งตามวันเกิดทั้งเจ็ดวัน เมื่อนับรวมพุธกลางคืนด้วยก็จะได้ครบแปดวัน-แปดทิศ กล่าวคือ ทุกคนไหว้พระธาตุองค์เดียวกันได้ทุกแห่ง เพียงนำกรวยดอกไม้ไปสักการะยังทิศประจำวันเกิดเป็นใช้ได้

แต่แล้ว การไหว้พระธาตุตามทิศวันเกิดก็เลือนหายไป เปลี่ยนเป็นการกำหนดพระธาตุ ๑๒ นักษัตร ซึ่งคาดว่าล้านนาจะรับความเชื่อเรื่อง ๑๒ นักษัตรมาจากจีน ขึ้นแทนที่ ดังนี้
๑.ปีชวด-พระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่
๒.ปีฉลู-พระธาตุลำปางหลวง
๓.ปีขาล-พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่
๔.ปีเถาะ-พระธาตุแช่แห้ง เมืองน่าน
๕.ปีมะโรง-พระพุทธสิงค์วัดพระสิหิงค์ เชียงใหม่
๖.ปีมะเส็ง-ต้นศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ในอินเดีย อนุโลมไหว้ต้นโพธิ์ที่วัดเจดีย์เจ็ดยอด เชียงใหม่
๗.ปีมะเมีย-พระธาตุตะโก้งหรือชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า อนุโลมให้ใช้พระบรมธาตุบ้านตาก จังหวัดตาก หรือพระธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย อำเภอลี้ ลำพูน ซึ่งทั้งสองแห่งจำลองรูปแบบศิลปะคล้ายพระมหาเจดีย์ชเวดากอง
๘.ปีมะแม-พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่
๙.ปีวอก-พระธาตุพนม
๑๐.ปีระกา-พระธาตุหริภุญไชย ลำพูน
๑๒.ปีจอ-พระธาตุเกตุแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อนุโลมให้ไหว้พระธาตุอินทร์แขวนในพม่า หรือพระเจดีย์วัดเกตุเชียงใหม่ หรือมิเช่นนั้นใช้วิธีจุดโคมประทีปลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ปีกุญ (กุน)-พระธาตุดอยตุง เชียงราย

อนึ่ง ตำแหน่งของพระธาตุ ๑๒ นักษัตร นั้นกำหนดตามคติการสร้างจักรวาล ประกอบด้วย
- พระเจดีย์จุฬามณี แทนปราสาทไพชยนต์ บนยอดเขาพระสุเมรุ
- พระศรีมหาโพธิ์ เปรียบเสมือนต้นไม้แห่งการตรัสรู้ธรรมให้ร่มเงาแก่พระพุทธเจ้า
- พระพุทธสิหิงค์ เปรียบดั่งพระพุทธเจ้าประทับนั่ง ณ ศูนย์กลางจักรวาล
- พระธาตุหริภุญไชย พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุช่อแฮ และพระธาตุแช่แห้ง เปรียบได้ดั่งทวีปทั้งสี่ในจักรวาล
- เจดีย์ชเวดากองและพระธาตุพนม เปรียบได้ดั่งกำแพงจักรวาลทิศตะวันตกและทิศตะวันออก
- พระธาตุศรีจอมทอง พระธาตุดอยสุเทพ และพระธาตุดอยตุง เปรียบเสมือนเขาตรีกูฏ หรือผาสามเส้าที่รองรับเขาพระสุเมรุ


ในปัจจุบัน มีความนิยมเรื่องการไหว้พระธาตุประจำปีเกิดกันมากขึ้น หลายกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งของภาครัฐและเอกชน ก็จะมีเรื่องการไหว้พระธาตุประจำปีเกิด เช่น ที่ จ.แพร่ เมื่อปี ๒๕๕๓ ก็เคยจัดงาน "รวมพลคนปีขาล" โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ในขณะนั้นกล่าวไว้ว่า ประเทศไทยมีประชากรที่เกิดในปีขาลมากถึง ๔ ล้านคน เชื่อแน่ว่าในปี ๒๕๕๓ พระธาตุช่อแฮ จะต้องเนืองแน่นไปด้วยบรรดาคนปีเสือ

และหลังจากนั้นในช่วงงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ นอกจากจะกล่าวถึงความเป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนานของชาวเมืองแพร่ ซึ่งแสดงถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ที่เลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ ก็จะเน้นย้ำเรื่องของคนที่เกิดปีขาลว่า ไม่ควรพลาดที่จะมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพราะเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาล ทั้งนี้ "เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมทานบารมี"

ในขณะที่เรื่องราวเกี่ยวกับ "การเมืองเรื่องเจดีย์" เริ่มลดน้อยถอยลงไปจากความรับรู้ของผู้คน โดยมีความเชื่ออื่นเข้ามาแทนที่..

............................

บรรณานุกรม