Share
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

โดย วิทยา วิมลถนอม


28 ตุลาคม 2556 นับเป็นวันแรกที่พลอย เด็กสาวยังไม่บรรลุนิติภาวะคนหนึ่ง ได้ไปนั่งเรียนในระดับปริญญาโท กับ พี่ ป้า น้า อา ผู้มีวุฒิภาวะสูง ประสบการณ์เยี่ยมจากทั่วทิศของประเทศไทย

เธอทำได้อย่างไร....ไม่ใช่ฟ้าลิขิตขีดเขียนไว้แน่...ตัวเธอต่างหากที่ขีดเส้นชะตาชีวิต ด้วยการใช้ต้นทุนโอกาสของชีวิตทีมีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า

"ตอนม.ปลาย หนูชอบภาษามากกว่าค่ะ ไม่เก่งเลขด้วย ทางบ้านก็ไม่ได้กดดันว่าต้องเรียนสายวิทย์ ตอนนั้น คุณแม่เรียน ป.โทรัฐศาสตร์ ราม เลยแนะนำระบบพรีดีกรี ก็แบบว่า ให้ลองเรียนดู เก็บๆไว้

"เริ่มเรียนตอน ม.สี่ค่ะ ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งเป้าค่ะ แค่ก็เผื่อๆอนาคตไว้บ้างแล้วละค่ะ เราก็เรียนของเราไปเรื่อยๆ แนะนำทางเลือกให้ ไม่เคยบังคับ อยู่ที่หนูตัดสินใจค่ะ อาจจะเป็นเพราะหนูเป็นพี่คนโต เลยไม่จุกจิกมาก แต่คิดว่าเค้าก็อยากให้หนูมีงานทำเร็วๆให้สบายใจไปสักคน เพราะหนูก็มีน้องอีกสามคนค่ะ"

ด้วยความมานะและตั้งใจของตนเอง จากครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งที่จังหวัดราชบุรี ใช้เงินไม่มากเพื่อลงทะเบียนเรียนแบบ PRE DEGREE ของ ม.รามฯ ซึ่งผู้สมัครเข้าศึกษาเป็นรายกระบวนวิชาเพื่อเตรียมศึกษาระดับปริญญาตรี ต้องมีคุณวุฒิและคุณสมบัติ คือ สอบไล่ได้ประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ขึ้นไป หรือเทียบเท่า

ข้อดีของการเรียนในระบบนี้ คือ เราสะสมหน่วยกิตและวิชาเรียนได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย และเมื่อศึกษาจบ ม.6 แล้ว  ก็โอนหน่วยกิตและวิชาที่ได้เรียนไปศึกษาต่อที่รามคำแหงโดยใช้เวลาศึกษาต่ออีกเพียงแค่ 1 ปี ก็จบระดับปริญญาตรี


"แต่พลอยใช้วิธีสั่งหนังสือเอามาอ่านที่บ้าน ไม่เคยเข้าเรียนค่ะ ตอนนั้นลงทะเบียนส่วนภูมิภาคไว้ จึงสอบแถวบ้านได้ วิชาปีแรกๆไม่ยากค่ะ แต่พอเลือกสาขาของหนูเป็นระหว่างประเทศเริ่มยากค่ะ เพราะหนังสือไม่อัพเดท ต้องเข้าเรียนค่ะ

"เรียนแบบนี้ ต้องฝึกรับผิดชอบมากขึ้น  ฝึกติดต่อธุรกรรมต่างๆเยอะมาก อ่านหนังสือต้องไม่เครียดค่ะ เหมือนเป็นงานอดิเรกค่ะ"

ในขณะที่เรียนมัธยมปลาย พลอยก็เรียนในระบบของโรงเรียนและก็วางเป้าที่จะเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยวาดหวังไปที่คณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ ผลสุดท้าย พลอยก็ได้เข้าเรียนอย่างสมใจ ได้เป็นลูกช้าง ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พลอยใช้ชีวิต freshly ของที่นี่อย่างคุ้มค่าพอๆกับใช้โอกาสที่รามคำแหงอย่างมีประสิทธิภาพ


"ที่เลือกภาษาอังกฤษที่นี่ เพราะคิดว่าเป็นภาษาที่สื่อได้ทั่วโลก ใช้งานได้มากกว่า จริงๆหนูเรียนเน้นภาษาฝรั่งเศสมา แต่ก็รู้สึกว่ายังเป็นรองภาษาอังกฤษ ที่กว้างไกลกว่า ก็เลยเน้นภาษาอังกฤษจริงจังดีกว่าค่ะ

"ตอนเรียนมช.กับรามก็เหมือนเดิมค่ะ แต่พยายามทำให้จบเร็วขึ้น เพราะ เริ่มเรียนหนัก คิดจะต่อโทค่ะ แต่ก็ไม่คิดจะออกมาเร็วแบบนี้ พอดีอยู่ช่วงปีสอง ถึงออกคงไม่เสียดายมาก อีกอย่างตอนนั้น ในการเรียนคณะมนุษย์ มช. มีวิทยากรมาบรรยาย เกี่ยวกับที่เลือกเรียนมันเหมือนเป็นแรงบันดาลใจ เลยลองมาสอบดูค่ะ"

จะเห็นได้ว่า เส้นทางของพลอย ได้ถูกมองผ่านจากความคิดที่กลั่นกรองจากสิ่งรอบด้าน ด้วยเหตุและผล ที่มองไกลออกไปได้อย่างเป็นลำดับ แต่ถึงกระนั้น มนต์เสน่ห์เมืองเหนือก็ยังมีผลต่อความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อรู้ว่า ตนเองจะต้องจบรามคำแหง และประกาศผลการเป็นนิสิตปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"คงต้องดรอป มช.เอาไว้ค่ะ ถ้ามีโอกาสจะโอนมาเรียนต่อที่รามหลังจากจบ ป.โท รู้สึกเสียดายแต่หนูก็ใช้ชีวิตเชียงใหม่คุ้มค่าแล้ว และได้แนวคิดดีๆ ก็เพราะ มช.ปลูกฝังมากมาย  ภาษาที่เรียนมาถึงไม่จบ แต่มันต้องเกิดประโยชน์บ้างในวันข้างหน้า อย่างน้อย เราก็ค่อยต่อยอดฝึกฝนด้วยตนเองได้อีกค่ะ

"สาขาที่เรียนเป็นสิ่งที่คิดว่าสนใจค่ะ เพราะจากที่เรียนคณะมนุษย์ ที่ มช. รู้สึกสนใจด้านนี้ เท่าที่ทราบมาหลังเปิด AEC ด้านการพัฒนามนุษย์มีผลต่อการรับคน ประสานงานของชาวอาเซียน แม้ยังไม่รู้สายการทำงานแต่เป็นหนทางจากใจเรามาก่อน 

"การศึกษาไทย เรียนไปเอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าจบไปแล้วจะทำงานอะไร สู้เราอยากเรียนอะไร ก็ตามใจดีกว่าค่ะ มีความสุขดีด้วย หลังจากนั้น ก็ตั้งเป้าว่าเรียนต่อปริญญาเอกเลยค่ะ เพราะเป็นการรักษาก้าวของเราที่ได้มา ให้เดินไปข้างหน้าต่อไป"

พลอยจะรักษาก้าวแรกของตนเองได้อย่างมั่นใจหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าค้นหาสำหรับเด็กสาวที่ก้าวข้าม ล่วงเวลาของชีวิตวัยเรียนแบบก้าวกระโดด คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความตั้งใจ ที่มุ่งมั่น ในการรักษาก้าวของตนต่อไป....


ยกเรื่องของพลอยมาอย่างนี้ ก็เพียงมุ่งหวังว่า เด็กแพร่จะมีโอกาสคิดได้อย่างนี้บ้าง เพราะของดีก็มีอยู่ใกล้ตัว มหาวิทยาลัยรามคำแหงวิทยาเขตแพร่ ก็ยังเปิดเสมอสำหรับ การเรียน แบบ PRE DEGREE ได้อย่างสะดวก 

แต่การยึดเอาสถาบันกวดวิชาเป็นสรณะ อาจทำให้สาระของชีวิตขาดหายไปอย่างไร้ความหมาย .........หรือว่าเราจะรอให้เด็กแพร่หาความหมายชีวิตโดยการร่ำร้องถึงมหาวิทยาลัยใหม่ที่อาจมาเหมือนรถไฟความเร็วสูง หรือซับซ้อนดั่งแก่งเสือเต้น.......

รอกันได้หรือเปล่าครับ

----------------------------

ท้ายเรื่อง

รับสมัคร น.ศ.ใหม่ภาค 1/57
- รับสมัครนักศึกษาใหม่ส่วนกลางทางออนไลน์ (เฉพาะผู้ที่ไม่ใช้สิทธิเทียบโอนหน่วยกิต) 12 ก.พ. - 12 พ.ค. 2557  http://www.iregis.ru.ac.th
- รับสมัครและลงทะเบียนนักศึกษาใหม่และนักศึกษาเทียบโอนหน่วยกิต ที่มหาวิทยาลัย 3 - 12 พ.ค. 2557
(ทั้งพรีดีกรีและภาคปกติที่รามคำแหงหัวหมาก สอบถามรายละเอียดที่ 023108614-24 วันเวลาราชการ)

ข้อมูลเพิ่มเติมของระบบ PRE DEGREE ดูได้ที่

Fanpage  https://www.facebook.com/PreDegreeRam
Website   http://www.info.ru.ac.th/Pre-degree/